
คนบางคนใช้ร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ สร้างฝันอันยิ่งใหญ่… แล้วคนธรรมดาอย่างเรา จะยอมให้ข้อจำกัดอื่นใดมาทำลายความฝันของเราจริงๆ หรือ?
ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงอึกทึก จินตนาการไม่ออกเลยว่าความเงียบสนิทนั้นน่ากลัวเพียงใด แต่สำหรับ “พีช” ปวริศ เหล็กสุวรรณ แข้งแนวรุกดาวรุ่งวัย 25 ปี ชาวจังหวัดพิษณุโลก ความเงียบคือ “กรงขัง” ที่ธรรมชาติมอบให้เขามาตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก เขาเติบโตมาพร้อมกับปัญหาการได้ยินเสียง แต่นั่นไม่ใช่จุดจบ… มันคือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่เข้มข้นที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่า “หัวใจ” ดังกว่าเสียงภายนอกที่มีแต่ความเงียบงัน
ปฐมบทแห่งการต่อสู้ในโลกที่ไร้เสียง ความไม่สมบูรณ์ทางร่างกายส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตวัยเด็กของพีช มันสร้างกำแพงล่องหนระหว่างเขากับโลกภายนอก แต่ท่ามกลางความเงียบอับเซา พ่อและแม่ของเขาไม่ยอมจำนน พวกร่างกายพา “พีช” ในวัยเพียง ป.1 (ช่วงอายุ 7-10 ปี) เข้าสู่สนามฟุตบอลของโรงเรียนเทศบาล ๑ หนองตมศึกษา (จิ้นตง) ฟุตบอลไม่ใช่แค่กีฬา แต่มันคือเครื่องมือที่พ่อแม่ใช้เพื่อ “กระตุ้นสมอง” ให้พีชได้มองเห็นทักษะและใช้ฝีเท้าสัมพันธ์กับลูกบอลแทนการฟังเสียงสั่งการ พ่อแม่ต้องทำงานหนักกว่าปกติหลายเท่าเพื่อดูแลพีชตลอดเวลา ขี่รถรับส่งสอนซ้อมบอลทุกวัน “ผมตั้งใจฝึกฝนจนพัฒนาขึ้นมาเยอะมาก สามารถเล่นกับคนปกติได้โดยไม่กลัวและไม่มีอายคนปกติ” พีชกล่าวถึงช่วงเวลาที่เขาต้องอดทนและมีความทะเยอทะยานมากกว่านักกีฬาคนอื่นๆ เพื่อทลายกำแพงความพิการ การต่อสู้ครั้งแรกชนะด้วยความมุ่งมั่น เขาไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ และพิสูจน์ให้เห็นในสนามเดินสายร่วมกับทีม ทต.วงฆ้อง ที่เดินสายกวาดแชมป์และเงินหมื่นระดับภาคเหนือ พร้อมทั้งคว้าอันดับ 3 ฟุตซอลไมโลคัพ ระดับภาคเหนือ ถือเป็นการเก็บประสบการณ์ที่ทำให้เขาตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องเป็น “นักบอลอาชีพ” ในอนาคต
ดวงตาคือหู สมองคืออาวุธ และซ้ายที่พร้อมตัดสินเกม เมื่อ “พีช” เริ่มหลงใหลในฟุตบอลและฟุตซอลอย่างจริงจัง โดยมีเมสซี่และธีรศิลป์ แดงดา เป็นต้นแบบ ความเข้มข้นของการต่อสู้ก็เพิ่มระดับขึ้น เพราะในกีฬาที่ต้องใช้ทีมเวิร์ค การไม่ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมทีมหรือเสียงนกหวีดคือ “นรก” ของนักกีฬา แต่เขาเปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง เขาต้องฝึกจิตใจให้แข็งแกร่งที่สุด เขาใช้ดวงตาจดจำสูตรบอลและมุมธงตามที่โค้ชสั่ง ใช้สมองที่ไวและการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วชดเชยการไม่ได้ยิน ด้วยทักษะที่แพรวพราว พีชกลายเป็นแข้งแนวรุกที่อันตราย เล่นได้ทั้งสองเท้า แต่มีทีเด็ดคือ “ซ้ายเต็มข้อ” ที่เฉียบคมจนคนปกติยังต้องหวาดกลัว เขาพิสูจน์ฝีเท้าจนกลายเป็น 1 ใน 8 ตัวแทนพิษณุโลก เข้าเก็บตัวที่สเตเดี้ยม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ร่วมกับสโมสรเซเรโซ โอซาก้า (ญี่ปุ่น) ตั้งแต่ปี 2014 และเป็นกำลังหลักให้ทีมเยาวชนอย่าง สปีดคลับ พิษณุโลก (ช้าง-เอฟเวอร์ตัน จูเนียร์คัพ 2014 รอบ 8 ทีมสุดท้าย), สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดพิษณุโลก (U15) และคว้าแชมป์ Youth League U17 โซนเหนือกับ อุตรดิตถ์ เอฟซี “พีช” ยังมอบบทเรียนสำคัญให้กับวงการลูกหนังภูธร เมื่อถูกถามถึงคำว่า “เด็กภูธรสู้เด็กเมืองใหญ่ไม่ได้” เขาตอบอย่างหนักแน่นว่าความพิการหรือภูมิลำเนาไม่ใช่อุปสรรค “ผมว่าไม่เกี่ยวกันครับ ถ้าเด็กภูธรมีความตั้งใจดี หรือได้รับโอกาสเหมือนเด็กในเมือง ได้เรียนรู้ระบบใหม่ๆ”
สังเวียนนรกและการติดธง “ทีมชาติไทย” ฝันสูงสุดของพีชคือการก้าวไปทีมชาติไทย และเขาก็ทำสำเร็จ! พีชก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลและฟุตซอลทีมชาติไทยคนหูหนวกตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปัจจุบัน นี่คือสังเวียนที่เข้มข้นที่สุด เพราะเขาต้องพิสูจน์ตัวเองในระดับโลก ช่วงเก็บตัวคือความทรมานที่เขาเรียกว่า “เหนื่อยๆ อดทน มุ่งมั่น วินัย” การซ้อมหนักทั้งเช้า-เย็นตลอด 1-2 เดือนเพื่อฟิตร่างกายและนำสิ่งที่เรียนรู้มาใช้ในการแข่งขันจริงที่ไร้เสียง ในสนามแข่งขันหูหนวก พวกเขาใช้ภาษามือ การจดเขียน หรือพิมพ์โทรศัพท์ในการสื่อสาร แต่นักฟุตบอลเหล่านี้เข้าใจถึงความรักในกีฬาและการทำงานเป็นทีมไม่ต่างจากคนปกติ ความทุ่มเทของพีชนำมาซึ่งความภาคภูมิใจสูงสุดของครอบครัว และนี่คือรายชื่อความสำเร็จที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อ แชมป์ฟุตบอลหูหนวกชิงแชมป์อาเซียน 1 สมัย, แชมป์ฟุตบอลสี่เส้าเดฟ ฟุตบอลคัพ เซินเจิ้น จีน 2019 แชมป์แข่งกีฬาฟุตบอลชิงชนะเลิศแห่งจังหวัดพิษณุโลก 2017 (พร้อมรางวัลดาวซัลโวสูงสุด 3 สมัยและนักเตะยอดเยี่ยม 1 สมัย), อันดับ 3 ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย (2019 ที่ไทย) พร้อมตั๋วไปฟุตซอลโลก, อันดับ 3 ฟุตบอลหูหนวกชิงแชมป์เอเชีย ที่เกาหลีใต้ พร้อมตั๋วไปฟุตบอลโลก และผลงานเกียรติยศระดับโลก อันดับ 5 ฟุตซอลโลก U18 (2017), อันดับ 6 ฟุตซอลโลก (สวิตเซอร์แลนด์ 2019), อันดับ 5 ฟุตซอลเอเชีย (อิหร่าน 2023), และคว้าอันดับ 4 ฟุตซอลชิงแชมป์โลก ที่บราซิล 2023 รวมถึงอันดับ 5 เดฟลิมปิกโลก ที่ตุรกี ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์โลก 2023 ที่มาเลเซีย พีชได้ประกาศศักดาด้วยการ ยิงประตูฟรีคิกสุดสวยเต็มข้อ แสดงให้โลกเห็นว่า แม้จะไม่ได้ยินเสียงเชียร์ แต่ขาทั้งสองข้างของเขาสามารถสร้างเสียงคำรามให้ดังสนั่นไปทั่วสนามได้
ชัยชนะนอกสนาม… สงครามการศึกษาของคนหูหนวก ความเงียบไม่ได้อยู่แค่สนามฟุตบอล แต่มันคืออุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ในการเรียน พีชต้องต่อสู้กับการอ่านบทเรียนและทำความเข้าใจเนื้อหาโดยปราศจากการฟังบรรยาย แต่ฟุตบอลให้ทุนการเรียนฟรี พ่อแม่สอนให้เขาทำทุกอย่างให้ดี และเขาเลือกที่จะเดินให้สุดทาง พีชประสบความสำเร็จในการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ได้อย่างสมบูรณ์แบบ (พร้อมเป็นตัวแทนแข่งกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยและยูนิเวอร์ซิตี้ลีก) แต่ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือเขาไม่แค่ “เรียนจบ” แต่ “เรียนดีเด่น” จนคว้า รางวัลด้านการศึกษาถึง 4 ครั้งด้วยกัน นี่คือการพิสูจน์ว่าความมุ่งมั่นและความวินัยที่เขาฝึกฝนในสนามฟุตบอล สามารถนำมาใช้เอาชนะความพิการในโลกวิชาการได้สำเร็จอย่างงดงาม . เส้นทางของ “พีช” ปวริศ เหล็กสุวรรณ คือบทพิสูจน์ว่าความพิการไม่ใช่คำสาป แต่คือแบบทดสอบใจที่เข้มข้น ให้เขาก้าวข้ามกรงขังแห่งความเงียบด้วยหัวใจนักสู้ สู่การเป็นนักฟุตบอลแถวหน้าของวงการกีฬาหูหนวกไทย ในวันนี้เขายังคงตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิมในทุกโอกาสที่ได้รับ ขาไม่เอาความไม่พร้อมทางกายเป็นข้ออ้างในการไม่ทำอะไร และสามารถลงเล่นในสนามเดียวกันกับคนปกติแบบไม่เคอะเขิน
“พีช” ทิ้งท้ายข้อคิดอย่างทรงพลังให้กับทุกคนที่กำลังท้อแท้ “ถ้าเราอยากไปอยู่ในจุดที่สูงกว่านี้ เราก็ต้องพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ อย่าท้อ ลุกแล้วต้องสู้ต่อ เส้นทางของชีวิต เลือกให้ชัดแล้วเดินให้สุด ในชีวิตของคนเรามีทางเลือกมากมายให้เดินตามความแข็งแกร่งจิตใจ” ขอบคุณภาพ และเรื่องราว Peatch Pawarit
©2023. Pibulsongkram Rajabhat University. All Rights Reserved.
